ขอแนะนำ ในการเลือก ซื้อ printer (เลือกซื้อปรินเตอร์แบบไหนดี)

Last updated: Nov 13, 2015  |  50537 จำนวนผู้เข้าชม  |  เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ปริ้นเตอร์

ขอแนะนำ ในการเลือก ซื้อ printer (เลือกซื้อปรินเตอร์แบบไหนดี)

ในบางครั้ง การเลือก ซื้อ printer ก็เป็นเรื่องที่น่าปวดหัว เหมือนกัน เพราะมี ปริ้นเตอร์ ให้เลือกซื้อกัน มากมายหลายรุ่น หลายยี่ห้อ และหลาก spec ในท้องตลาด อาจจะเป็นเรื่องไม่ยากนัก หากคุณต้องการ ซื้อ printer มาเพื่อปริ้นงานเอกสารทั่วไปง่ายๆ เพราะคุณสามารถเลือก ซื้อปริ้นเตอร์ ราคาถูกๆ ยี่ห้อไหนก็ได้ มาใช้ แต่ถ้าหากต้องการปริ้นเตอร์เพื่องานเฉพาะ อาจจะต้องเลือกมากหน่อย บทความนี้ ผมจึงอยากจะมา แนะนำ วิธีการเลือก ซื้อ printer ที่เหมาะสมกับการใช้งาน และให้คุ้มค่ามากที่สุด มาใช้งานกันครับ

สิ่งที่สำคัญที่ต้องคิดก่อนที่จะ ตัดสินใจว่า เลือกซื้อปริ้นเตอร์ รุ่นไหน มาใช้งาน มีดังนี้ครับ

1. คุณจะใช้ปริ้นเตอร์สำหรับงานแบบไหน/ปริ้นอะไร?

2. งบประมาณที่มี

3. features การทำงานของ printer ที่ต้องการ

ข้อแนะนำในการเลือก ซื้อ printer

ก่อนที่จะออกไปซื้อปริ้นเตอร์ที่ร้าน ลองมาทราบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ spec และคุณลักษณะต่างๆ ของ printer กันก่อนครับ

  • ยี่ห้อ, มี ปริ้นเตอร์ ให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น ปริ้นเตอร์ Canon, HP, Epson, Lexmark, Samsung, Fujitsu ฯลฯ ยี่ห้อปริ้นเตอร์ถือว่ามีความสำคัญ แต่ถ้าหากคุณเจอปริ้นเตอร์ที่ spec ไกล้เคียงกัน แต่ราคาถูกกว่า หรือลดราคา อาจเลือกยี่ห้ออื่นแทน
  • ประเภทของ printer, มีหลายประเภทด้วยกันแบ่งได้ดังนี้ Ink-Jet printer, Laser Printer, Multifunctional, Photo Printer และ Mobile printer
  • ความเร็วของปริ้นเตอร์, วัดเป็นค่า ppm (pages per minute) หรือ จำนวนหน้าที่ปริ้นได้ใน 1 นาที หากคุณซื้อปริ้นเตอร์มาเพื่อใช้งานที่บ้าน อาจไม่จำเป็นต้องเลือก ปริ้นเตอร์ ที่มีความเร็วสูงก็ได้
  • ความละเอียด resolution, วัดค่าเป็น dpi (dots per inch) ปกติจะเริ่มต้นที่ 600×600 สำหรับ ปริ้นเตอร์ทั่วๆ ไป ยิ่งค่าสูงมากขึ้น ภาพที่ได้ออกมาจากการปริ้น ก็จะคมชัดมากขึ้น แต่ก็แพงขึ้นด้วยครับ
  • ขนาดกระดาษ, ปริ้นเตอร์ จะสามารถปริ้นเอกสาร บนกระดาษที่มีขนาดแตกต่างกันออกไป ยิ่งกระดาษที่มีขนาดใหญ่ เช่น A3, A2, A1 ปริ้นเตอร์บางรุ่นก็ปริ้นไม่ได้ ครับ นอกจากนี้ยังมี printer ที่สามารถปริ้นได้เฉพาะ กระดาษขนาดเล็กเท่านั้น เช่น Photo printer หรือ Mobile Printer
  • ข้อดี/ข้อเสีย printer แต่ละประเภท

    1. InkJet Printer

    Inkjet printer คือ ปริ้นเตอร์ที่ต้องใช้หมึกพิมพ์ในการพิพม์ลงบนกระดาษ ด้วยการใช้ หมึกพิมพ์ ทำให้สามารถปริ้น รูปภาพที่มีความละเอียดสูง ได้ดีมากๆ แต่จะปริ้นงานได้ช้ามากกว่า Laser printer โดยปกติแล้วจะมี หมึกพิมพ์ มา 2-4 สี แล้วแต่รุ่น และยี่ห้อครับ

    ข้อดี/ข้อเสีย  

    เหมาะสำหรับการใช้งานในบ้าน หรือสำนักงานขนาดเล็ก เป็น printers ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก สามารถวางได้ทุกที่ มีความเร็วในการปริ้นที่ดีในระดับหนึ่ง และที่สำคัญมีราคาถูกกว่า Laser printer เป็นอย่างมาก แต่ข้อเสียที่สำคัญของ inkjet printer ก็คือ หมึกพิมพ์ ที่มีราคาแพง และปริ้นได้ไม่มากเท่ากับ Laser printer ครับ ในราคาที่เท่ากันครับ

    หากต้องการ ปริ้นเตอร์ เอาไว้ใช้ในบ้าน ใช้ปริ้นเอกสาร หรือรูปภาพ เพียงบางครั้งเท่านนั้น แนะนำให้เลือก ซื้อ printer Inkjet ครับ 

    2. All-in-one printer (Multifunctional)

    ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะ Multifunctinal เป็น printer ที่สารพัดประโยชน์ สามารถใช้ได้ทั้ง การปริ้น, การ scan, ถ่ายเอกสาร และส่งแฟกซ์ ภายในตัวเดียว ใช้ หมึกพิมพ์ เหมือนกับ InkJet Printer ครับ

    ข้อดี/ข้อเสีย

    เหมาะสำหรับการใช้งานในสำนักงาน เพราะภายในตัวเดียว คุณสามารถใช้ได้สารพัดประโยชน์ แต่ราคาก็แพงกว่า ปริ้นเตอร์ ทั่วไป พอสมควร ข้อเสียของ Multifunctional นอกจากราคาแพงแล้ว ถ้าหาก ปริ้นเตอร์ เสีย ก็จะเสียความสามารถทุกอย่างไปพร้อมกัน ทั้งหมดในคราวเดียวกัน

    3. Laser Printer

    เป็น ปริ้นเตอร์ ที่มีราคาแพงมากกว่า ปริ้นเตอร์ inkjet ใช้ หมึกพิมพ์ ที่เรียกว่า โทนเนอส์ (toners) แทน หมึกพิมพ์ InkJet สามารถพิมพ์ได้ในความเร็วที่สูงกว่า และ โทนเนอส์ จะอยู่ได้นานมากกว่า และใช้ปริ้นได้มากกว่า 1,500 แผ่น 

    Laser printer มีให้เลือกทั้งแบบโทนสีขาว-ดำ หรือแบบโหมดสี และมีแบบ multifunctional ด้วย ครับ เป็น ปริ้นเตอร์ ที่เหมาะในการใช้ในสำนักงานขนาดใหญ่ สำหรับพิมพ์เอกสารที่ต้องการความรวดเร็ว และจำนวนมาก ในแต่ละวัน

    ข้อดี/ข้อเสีย

    จุดเด่นของ Laser printer คือ ความเร็วในการพิมพ์ และประหยัดหมึกพิมพ์ ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยครั้ง เหมาะสำหรับการพิมพ์งานเอกสาร ในสำนักงานเป็นอย่างมาก จะช่วยให้คุณสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ดีกว่า InkJet หลายเท่าตัว  แต่เป็น ปริ้นเตอร์ ที่มีราคาค่อนข้างแพง ไม่สามารถปริ้นรูปภาพความละเอียดสูงได้ดี 

    4. Photo Printer

    เป็น ปริ้นเตอร์ ที่ใช้งาน หมึกพิมพ์ เช่นเดียวกับ Inkjet แต่มาพร้อมกับ เทคโนโลยี thermal dye-transfer ซึ่งจะทำให้ หมึกพิม์ ร้อนก่อนที่จะถูกปริ้นลงบนกระดาษสำหรับปริ้นรูปโดยเฉพาะ ทำให้ภาพออกมาคมชัดมากยิ่งขึ้น เป็น ปริ้นเตอร์ ที่ราคาสูงมากๆ หากคุณไม่ใช่นักถ่ายภาพมืออาชีพ แนะนำให้ใช้ inkjet ทั่วไป ก็เพียงพอแล้ว ครับ

    ข้อดี/ข้อเสีย

    ปริ้นรูปภาพ ความละเอียดสูงได้ดีมาก แต่ ราคาแพงมากๆ ครับ แพงกว่า ปริ้นเตอร์ inkjet และ multifunctional บางรุ่นด้วยซ้ำ

     

    เลือกปริ้นเตอร์ตามงบประมาณที่มี……

    ข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับการ เลือกซื้อปริ้นเตอร์ ก็คือ งบประมาณ ที่คุณต้องการใช้สำหรับ ปริ้นเตอร์ ตัวใหม่ ของคุณ หากคุณต้องการ ปริ้นเตอร์ เอาไว้ใช้ในบ้าน คุณสามารถหา InkJet printer ได้ ในราคาที่ถูก (1,000-2,000 บาท) ก็น่าจะเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแล้วครับ

    หากต้องการได้ All-in-one printer เพื่อเพิ่มประโยชน์ในการใช้งาน คุณควรจะมีงบเอาไว้อย่างน้อย 2,500 บาท เพื่อให้ได้ ปริ้นเตอร์ ที่มีคุณภาพ สามารถใช้ปริ้นงาน, สแกนเอกสาร และถ่ายเอกสารได้ 

    สำหรับ เครื่อง Laser printer แบบถูกๆ ก็มีให้เลือกตั้งแต่ 2,000 บาท ขึ้นไป แต่ถ้าหากคุณต้องปริ้นงานอยู่ตลอดเวลา แนะนำให้เลือกซื้อ ปริ้นเตอร์ ที่มีคุณภาพ ดีมากกว่า (ราคาแพงมากกว่านี้) โดยเฉพาะ ปริ้นเตอร์ ที่จะใช้ในสำนักงาน ครับ

    ส่วน Photo printer นั้น ถ้าหากคุณไม่ใช่นักถ่ายภาพ และชอบสะสมรูปภาพ ตัวยง ผมว่า หาปริ้นเตอร์ Inkjet ที่มีความละเอียดสูงมากหน่อย มาใช้งานเอาก็ได้ ครับ เพราะนอกจากจะปริ้นรูปภาพได้แล้ว ยังสามารถปริ้นเอกสารได้อีกด้วย

    เครดิต : http://www.it-computertips.com/

Powered by MakeWebEasy.com